คำถามเกี่ยวกับ วิธีใช้ ยามีโบ

 

9.   Q :  ระยะเวลาในการทายามีโบลงบนบาดแผล   ควรทาบ่อยเท่าใด  และทาปริมาณเท่าใด ?

      A :  สามารถประยุกต์ใช้ ยามีโบ ได้ 3 แบบ 

            9.1  แบบเปิดหน้าแผล (Exposed) และไม่ใช้ผ้าก็อตปิดแผล  ให้ทายาหนาไม่เกิน 

1 มม.  และทาทุก 4-6 ชม.

            9.2.  แบบกึ่งเปิดหน้าแผล (Semi-exposed)  โดยทายาลงไปบางๆ  2-3 มม.  และปิด

ด้วยผ้าก็อตสะอาดเพียง 1- 2 ชั้น เพื่อให้แผลมีการระบายอากาศที่ดี  เปลี่ยนยาวันละ 1-2  ครั้ง 

โดยการเปลี่ยนยาใหม่แต่ละครั้ง   ไม่ต้องล้างแผล   ให้ใช้ผ้าก๊อตสะอาดซับเนื้อเยื่อที่ตายออก   

แล้วซับแผลให้แห้งก่อนทายา   หากแผลมีขนาดกว้างหรือลึกมาก  อาจเปลี่ยนยาวันละ 2-3 ครั้ง

            9.3  แบบปิดผ้าพันแผล  (Bandaging)  โดยทายาหนา  2-3  มม.  ปิดด้วยผ้าก็อตบางๆ

1-2  ชั้น   แล้วปิดด้วยผ้าพันแผลหนา 1-2  ซม.  เปลี่ยนแผลวันละ 1-2  ครั้ง  

 

10.  Q :  การทายาหนาหรือบาง  มีผลอย่างไรบ้าง ?

       A :  การทายาหนาเท่าใด  ขึ้นกับขนาดแผลและการประยุกต์ใช้   ในบางครั้ง  หากทายา

หนาเกินไป  สิ่งปฏิกูลจะขับถ่ายออกมาไม่ได้   ออกซิเจนเข้าไม่ได้  ไอร้อนไม่ระบาย  จะเป็น

ผลให้ปวดแสบปวดร้อนมากขึ้น    หรือหากทายาบางเกินไป  ความชุ่มชื้นไม่เพียงพอ   

แผลแห้งตึง   ทำให้แผลหายช้าได้

 

11.  Q :  ทำไมจึงแนะนำให้ทายา  MEBO   แล้วปิดด้วยผ้าก็อตบางๆ   เพียง 1-2 ชั้น ? 

       A :  11.1  เพราะการปิดด้วยผ้าก็อตบางๆ เพียง 1 - 2 ชั้น  จะช่วยปกป้องแผลจาก

ฝุ่นละออง  และช่วยให้ตัวยาเกาะแผลนานขึ้น  นอกจากนี้ยังทำให้อากาศถ่ายเทสู่แผลได้

สะดวก   ช่วยให้บาดแผลได้สัมผัสออกซิเจน  (Oxygen Therapy)  กระตุ้นการเจริญเติบโต

ของเซลเนื้อเยื่อ   ทำให้แผลหายเร็ว                                            

             11.2   การปิดผ้าพันแผลหลายชั้น   ทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก  เกิดการอับชื้น 

ทำให้แผลติดเชื้อและเกิดผดผื่นคันได้ง่าย

             11.3   การปิดผ้าพันแผลหลายชั้น  เนื้อยาจะถูกผ้าก็อตดูดซับไป  ทำให้แผลแห้งง่าย 

แผลหายช้าลง

 

12.  Q :  ทำไมต้องซับหนองก่อนทายาใหม่ทุกครั้ง ?

       A :  เพราะเชื้อโรคที่ตายแล้วจะถูกขับออกมาเป็นหนอง  ซึ่งผู้ป่วยต้องคอยซับทำความ

สะอาด  เพื่อไม่ให้แผลเกิดการหมักหมมแล้วติดเชื้อได้   จากนั้นจึงทายาลงไปที่แผลใหม่

และเปลี่ยนผ้าก็อตใหม่  เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและช่วยสมานแผล

 

13.  Q :  กรณีคนไข้มีหนองข้นเป็นปริมาณมากเกาะแน่นที่บาดแผล   ควรรักษาด้วยยามีโบ

อย่างไร ?

       A :  เปลี่ยนแผลทุก 4-6ชั่วโมงในระยะแรก  เพื่อให้ตัวยาค่อยๆช่วยละลายหนองออกมา   

โดยใช้ผ้าก็อตสะอาดซับหนองออกให้มากที่สุดก่อนทายาใหม่ 2-3 มม.  และปิดด้วยผ้าก็อต

ใหม่บางๆ 1-2 ชั้น   เมื่อหนองค่อยๆลดลงจึงเปลี่ยนเป็นทำแผลวันละ 2 ครั้ง  เช้า-เย็น  

จนกว่าแผลจะดีขึ้น

 

14.  Q :  ทำไมต้องทายามีโบเคลือบแผลไว้ตลอด ?

       A :  เพราะยาจะเคลือบผิวหนังไว้เสมือนแทนผิวหนังที่เสียไป   จึงควรทายาให้ผิวหนัง

ชุ่มชื้นอยู่เสมอ   ไม่แห้งตึง   และไม่ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย

 

15.  Q :  เมื่อทายามีโบอยู่   ผู้ป่วยสามารถอาบน้ำได้หรือไม่   โดนน้ำได้หรือไม่ ?

       A :  เมื่อทายามีโบ  ผู้ป่วยสามารถอาบน้ำได้เป็นปรกติ   แต่ต้องทายาเคลือบไว้ไม่ให้

โดนน้ำ  และหลังอาบน้ำเสร็จ   ควรรีบซับแผลให้แห้งสะอาด   แล้วทายาซ้ำทันที   หากแผล

มีขนาดใหญ่   ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำจนกว่าแผลจะเริ่มดีขึ้น 

 

16.  Q :    ทำไมเวลารักษาควรให้คนไข้อยู่ในอุณหภูมิห้องที่  30 – 32  องศา ?

       A :  เพราะในอุณหภูมิดังกล่าว   เซลล์ผิวหนังจะเจริญเติบโตได้ดี  ทำให้แผลหายเร็วขึ้น

 

17.  Q :  เมื่อผู้ป่วยทายามีโบ จะต้องกินยาปฏิชีวนะร่วมด้วยหรือไม่ ?

       A :   หากไม่แน่ใจว่าแผลติดเชื้อหรือไม่  หรือแผลติดเชื้อมาแล้ว  ควรให้ผู้ป่วยกินยา

ปฏิชีวนะ  1  สัปดาห์  หรือแล้วแต่ดุลยพินิจของแพทย์   เพราะยามีโบไม่สามารถฆ่าเชื้อได้  

 

18.  Q :  ทำไม ไม่ต้อง ใช้น้ำเกลือล้างแผลทุกครั้งที่เปลี่ยนยา  แล้วแผลจะติดเชื้อหรือไม่ ?  

        A :   ควรล้างทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือในครั้งแรกเท่านั้น  ( โดยเฉพาะแผลที่

สกปรกมาก  หรือแผลที่โดนน้ำกรด  สารเคมี )   แล้วทายามีโบโดยไม่จำเป็นต้องล้างแผลอีก   

เพราะยามีโบมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ 100 % ไม่มีส่วนผสมที่เป็นน้ำ   ทำให้แผลมีสภาพไม่

เหมาะกับการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย   จึงป้องกันการติดเชื้อได้ในระดับหนึ่ง

               ทั้งนี้การใช้น้ำเกลือหรือยาฆ่าเชื้ออื่น ๆ ล้างแผล  เป็นการทำลายเนื้อเยื่อทั้งที่ตาย

และยังไม่ตาย    เนื้อเยื่อส่วนที่ยังดีอยู่ไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้  

               อีกทั้งการล้างแผลบ่อยๆ  ทำให้เนื้อเยื่ออ่อนที่กำลังสร้างตัวหลุดลอกง่าย 

แผลจึงหายช้า   และมีโอกาสเกิดแผลเป็น  

** หากจำเป็นต้องล้างแผล  ควรพิจารณาล้างแผลเท่าที่จำเป็นเท่านั้น **

Top Seller

      ประจำเดือน เมษายน 2012

 

Anicine

 

Wound care for your pets

 

แชมพูผสมสมุนไพร

     สำหรับผมร่วง  ผมคัน เป็นรังแค

 

 

สการ์ครีม

    ช่วยลดเลือนแผลเป็น จุดด่างดำ อย่างได้ผล  

User Online

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday11
mod_vvisit_counterYesterday56
mod_vvisit_counterThis week67
mod_vvisit_counterLast week487
mod_vvisit_counterThis month1234
mod_vvisit_counterLast month1584
mod_vvisit_counterAll days18289
We have: 1 guests online
Your IP: 38.107.179.212
 , 
Today: May 21, 2012

Web Link

 เวบเพื่อคนไทยใช้ free software  

 

   ผู้แทนจำหน่ายยามีโบในไทย     

 

   อัญมณีงานศิลป์ทรงคุณค่า